ภาษา : ไทย
  

  เข้าสู่ระบบ

  ออนไลน์
ผู้ใช้งานขณะนี้ :
 
 บุคคลทั่วไป  69 ราย

  ปฏิทินกิจกรรม

  นาฬิกา
16 พฤษภาคม 2564

  รับข่าวสาร
อีเมล์ของคุณ :
 สมัคร    ยกเลิก


  สังคมออนไลน์
  

  สถิติของเว็บไซต์
10/04/2561
10/06/2561
3349082
18285

QR Code

คำถามที่พบบ่อย

ความหมายของไฟฟ้าดูด หรือ ไฟฟ้าช็อต

ไฟฟ้าดูด หรือเรียกว่า ไฟฟ้าช็อต (Electronic Injury / Eletric Shock) คือ ภาวะที่ผิวหนังหรืออวัยวะภายในของร่างกายได้รับบาดเจ็บจากพลังงานไฟฟ้าโดยไฟช็อตจะเกิดขึ้นเมื่อไปสัมผัสกับแหล่งที่มีการไหลเวียนของกระแสไฟฟ้าโดยตรง เนื่องจากร่างกายของมนุษย์ถือเป็นตัวนำไฟฟ้าเมื่อไปสัมผัสแหล่งพลังงานที่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งอยู่ จึงส่งผลให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเนื้อเยื่อเข้ามาในร่างกาย และเกิดอาการช็อตได้ ผู้ที่ถูกไฟช็อตอาจได้รับบาดเจ็บรุนแรงแตกต่างกันไปจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ซึ่งบาดแผลจากการถูกไฟช็อตจะทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อภายในร่างกายไหม้ หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้น รวมทั้งทำลายกล้ามเนื้อและสมอง ทั้งนี้ ควรปิดการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนเข้าช่วยเหลือผู้ที่ถูกไฟช็อตทุกครั้ง
 


สายไฟมีวันหมดอายุหรือไม่

ฉนวนหรือเปลือกชั้นนอกที่ใช้หุ้มสายไฟส่วนใหญ่ทำจากพีวีซี (PVC) ซึ่งมีความแข็งแรงและมีอายุการใช้งานยาวนาน ปกติถ้าเราไม่ใช้กระแสไฟมากเกินกว่าขนาดของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ หรือถูกหนูกัดแทะสายไฟ สายไฟที่ได้มาตรฐานจะมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า15-20 ปี แต่ถ้าปล่อยให้ถูกกระแทก ตากแดดตากฝนและถูกรังสียูวีเล่นงานเป็นประจำ สายไฟจะมีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี ดังนั้นการเดินสายไฟแบบร้อยท่อก็พอช่วยยืดอายุการใช้งานของสายไฟได้ในระดับหนึ่ง


เต้ารับไม่มีไฟ...ทำอย่างไรดี

เบื้องต้นใช้ไขควงวัดไฟเช็กดูว่าเต้ารับมีไฟหรือไม่ หรือใช้หลอดทดสอบเพื่อวัดวงจรไฟฟ้าว่า สายทั้งสองเส้นมีเส้นใดเส้นหนึ่งขาดหรือไม่ (ถ้าหลอดไฟติดก็แสดงว่าใช้ได้) หรือถอดเต้ารับออกมาเพื่อตรวจสอบดูอย่างละเอียดแล้วต่อสายไฟกลับเข้าที่ให้เรียบร้อย ที่สำคัญอย่าลืมกฎสำคัญในการทำงานไฟฟ้าคือ ต้องถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือปลดเมนสวิตช์ทุกครั้ง ในบริเวณที่เราจะทำงานด้วยนะครับ


เหตุใดจึงเกิด "ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฟ้าผ่า"

การเกิดฟ้าแลบ โดยเกิดขึ้นพร้อมกับฟ้าร้อง แต่มนุษย์เรามองเห็นฟ้าแลบก่อนได้ยินเสียงฟ้าร้อง เนื่องจากแสงเดินทางเร็วกว่าเสียง (แสงมีอัตราเร็ว 300,000 กิโลเมตร/วินาที ส่วนเสียงมีอัตราเร็ว 1/3 ของแสง) ประกายไฟฟ้าของฟ้าแลบ ครั้ง มีปริมาณไฟฟ้าจำนวนสูงถึง 200,000 แอมแปร์ และมีความต่างศักย์ถึง 30 ล้านโวลต์ ฟ้าแลบเกิดจากประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่จากก้อนเมฆสู่ก้อนเมฆ จากก้อนเมฆสู่พื้นดิน โดยมีขั้นตอนคือ ประจุไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ถ่ายเทในก้อนเมฆมีการเคลื่อนที่หลุดออกมาและถ่ายเทสู่อาคารสิ่งก่อสร้าง หรือต้นไม้สูงบนพื้นดิน เหตุการณ์เหล่านี้ใช้เวลาน้อยกว่า วินาที และเกิดเป็นแสงของฟ้าแลบ  ซึ่งบางครั้งลำแสงมีความยาวถึง 60 - 90 เมตร 

 

การเกิดฟ้าร้อง เนื่องจากประกายไฟฟ้าของฟ้าแลบทำให้อากาศในบริเวณนั้นมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึงประมาณ 25,000 องศาเซลเซียส อย่างเฉียบพลัน มีผลทำให้อากาศมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้เกิดเสียง "ฟ้าร้อง" เนื่องจากฟ้าร้องและฟ้าแลบเกิดขึ้นพร้อมกัน ดังนั้นเมื่อเรามองเห็นฟ้าแลบ และนับจำนวนวินาทีต่อไปจนกว่าจะได้ยินเสียงฟ้าร้อง เช่น ถ้านับได้ วินาที แสดงว่าฟ้าแลบอยู่ห่างจากเราไปประมาณ เมตร และสาเหตุที่เราได้ยินเสียงฟ้าร้องครวญครางอย่างต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากมีสาเหตุมาจากการเดินทางของเสียงมีความต่างกันในเรื่องของระยะเวลาและระยะทางที่คาบเกี่ยวกันนั่นเอง

 

การเกิดฟ้าผ่า เป็นปรากฏการควบคู่กันกับฟ้าแลบ และฟ้าร้อง เนื่องจากประจุไฟฟ้าได้มีการหลุดออกมาจากกลุ่มเมฆฝน และถ่ายเทลงสู่พื้นดิน ต้นไม้ อาคารหรือสิ่งก่อสร้าง ตลอดจนสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ฟ้าผ่าอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ เนื่องจากมีพลังงานไฟฟ้าสูง ความรุนแรงของกระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่าเพียงพอที่จะจุดหลอดไฟฟ้าขนาด 60 แรงเทียนให้สว่างได้ถึงจำนวน 600,000 ดวง เลยทีเดียว